พื้นฐานการออกแบบและการเขียนโปรแกรม

9 ส.ค.

บทที่ 1 พื้นฐานการออกแบบและการเขียนโปรแกรม
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. ฝึกฝนกิจนิสัยให้เห็นความสำคัญต่อขั้นตอนการเขียนโปรแกรมที่ถูกต้อง เพื่อการทำงานอย่างมีระบบและมีระเบียบ
2. อธิบายรายละเอียดของขั้นตอนการเขียนโปรแกรมได้อย่างถูกต้อง
3. บอกความหมายและคุณสมบัติของอัลกอริทึมได้
4. สามารถนำแนวคิดของประสิทธิภาพของอัลกอริทึมไปพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. เข้าใจรูปแบบการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้างและการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ
6. บอกจุดประสงค์ของเทคนิคการออกแบบโปรแกรมเชิงโครงสร้างได้

จากรูปดังกล่าว จะพบว่า การเขียนโปรแกรม มิได้ถูกจัดลำดับไว้เป็นขั้นตอนแรกเลย แต่กลับถูกจัดในลำดับท้ายๆ เนื่องจาก ก่อนการเขียนโปรแกรม สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการดำเนินการก่อนก็คือ การทำความเข้าใจกับปัญหา และ พัฒนาวิธีแก้ไขปัญหา จากนั้นจึงค่อยเขียนโปรแกรม โดยขั้นตอนการเขียนโปรแกรม สามารถอธิบายในรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้
1. ทำความเข้าใจกับปัญหา
ขั้นตอนแรกสำหรับการแก้ไขปัญหาใดๆ ก็คือ ต้องเข้าใจกับปัญหาให้ได้ก่อน แล้วต้องวิเคราะห์ความต้องการของปัญหาอย่างระมัดระวัง เมื่อเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็จะทบทวนปัญหาเหล่านั้นกับนักวิเคราะห์ระบบ ซึ่งบ่อยครั้งมักจะใช้วิธีการตั้งคำถามและสอบถามปัญหาต่างๆ เพื่อยืนยันถึงความเข้าใจ
2. พัฒนาวิธีแก้ไขปัญหา
เมื่อเข้าใจปัญหาและได้ชี้แจงข้อสงสัยใดๆ ที่มีอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดมาคือ การพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหาขึ้นมา ที่เรียกว่าขั้นตอนวิธีหรืออัลกอริทึมนั่นเอง โดยทั่วไป การเขียนอัลกอริทึมมักจะใช้ภาษาพูดในการกำหนดลำดับขั้นตอนเพื่อการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่ง แต่เรายังสามารถนำเสนออัลกอริทึมในรูปแบบของรหัสเทียม (Pseudocode) หรือผังงาน (Flowchart) มาใช้ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า โดยเฉพาะการนำมาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างอัลกอริทึม

ตัวอย่างผังงาน

3. เขียนโปรแกรม
เมื่อปัญหาได้รับการออกแบบด้วยอัลกอริทึมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนในลำดับถัดไปก็คือการเขียนโปรแกรม ซึ่งจะพบว่า ปัจจุบันมีภาษาเพื่อการเขียนโปรแกรมอยู่มากมายให้เลือกใช้ แต่ในการเลือกใช้ภาษาโปรแกรมจะพิจารณาจากคุณสมบัติและความเหมาะสมเป็นสำคัญ
4. ทดสอบโปรแกรม
หลังจากโปรแกรมถูกเขียนขึ้นจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องมีการทดสอบโปรแกรม เพื่อค้นหาข้อผิดพลาดหรือบั๊ก (Bug) ที่เกิดจากโปรแกรม ซึ่งการทดสอบโปรแกรมอาจจำเป็นต้องใช้เวลามาก โดยเฉพาะโปรแกรมที่มีความซับซ้อนสูงหรือโปรแกรมขนาดใหญ่ มีวิธีการทดสอบอยู่ 2 ชนิดคือ การทดสอบแบบกล่องดำ และการทดสอบแบบกล่องขาว โดยที่
- การทดสอบแบบกล่องดำ (Black box Testing) เป็นแนวคิดของการทดสอบโปรแกรมที่ไม่ต้องการรู้ว่ามีอะไรอยู่ภายใน และไม่ต้องการรู้ว่าภายในโปรแกรมทำงานอย่างไร เปรียบเสมือนโปรแกรมที่นำมาทดสอบนั้นเหมือนกล่องดำชิ้นหนึ่ง ที่เราไม่สามารถเห็นหรือรู้ว่าอะไรอยู่ภายในนั่นเอง การทดสอบแบบกล่องดำจึงต้องการทราบเพียงว่า “เมื่อมีการนำข้อมูลเข้าระบบแล้ว จะได้ผลลัพธ์ออกมาถูกต้อง ตามความต้องการหรือไม่”
- การทดสอบแบบกล่องขาว (White box Testing) เป็นวิธีทดสอบโปรแกรมที่ผู้นำมาทดสอบนั้น เหมือนกล่องใสๆ ใบหนึ่งที่เราสามารถมองเห็นรายละเอียดทุกอย่างที่อยู่ภายใน ดังนั้น การทดสอบแบบกล่องขาวจึงเป็นการตรวจสอบลึกลงในรายละเอียดถึงชุดคำสั่งภายในโปรแกรมว่า มีวิธีการเขียนอย่างไร มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ สูตรคำนวณที่นำมาใช้มีข้อผิดพลาดทางรูปแบบ (Syntax Error) หรือข้อผิดพลาดทางตรรกะ (Logic Error) หรือไม่ซึ่งจะต้องแก้ไขให้ถูกต้องเมื่อพบข้อผิดพลาด
5. จัดทำเอกสารและบำรุงรักษาโปรแกรม
ความจริงแล้ว เอกสารประกอบโปรแกรม มิใช่ถูกดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายของขั้นตอนการเขียนโปรแกรมอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ถูกจัดทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนการทดสอบ โดยจะมีการะบุรายละเอียดในโปรแกรมว่า โปรแกรมมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร ใครเป็นผู้เขียน และมีวิธีหรือขั้นตอนการใช้งานอย่างไร เป็นต้น

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอัลกอริทึม
ในความจริงแล้ว การดำเนินชีวิตปัจจุบันของมนุษย์ ล้วนเกี่ยวข้องกับอัลกอริทึมทั้งสิ้น ให้ลองนึกดูว่ากิจกรรมของแต่ละคน ล้วนมีขั้นตอนที่มีการลำดับกิจกรรมอย่างชัดเจน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งไปสู่ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น หากต้องการล้างรถยนต์ให้สะอาด ด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อลดรอยขนแมวที่อาจเกิดขึ้นจากการล้างรถอย่างผิดวิธี ซึ่งกระบวนการดังกล่าว สามารถเรียนรู้และสอนกันได้ เพื่อให้ผลการล้างรถเป็นไปตามจุดประสงค์ที่ต้องการ โดยขั้นตอนการล้างรถที่ถูกต้อง ประกอบด้วย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คุณสมบัติของอัลกอริทึม
1. อัลกอริทึมเป็นกระบวนการที่สร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์
เนื่องจากอัลกอริทึมจัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ปัญหา และกระบวนการก็คือกลุ่มของขั้นตอนที่อยู่รวมกันเพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ในการสร้างกระบวนการเหล่านั้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของประโยคภาษาอังกฤษ สัญลักษณ์ หรือซูโดโค้ดที่มีความเป็นสากล
2. กฎเกณฑ์ที่นำมาสร้างเป็นอัลกอริทึม ต้องไม่คลุมเครือ
กฎเกณฑ์ใดๆ ก็ตามที่นำมาสร้างอัลกอริทึม จะต้องมีระบบ ระเบียบ อ่านแล้วไม่สับสน กล่าวคือ จะต้องเป็นกฎเกณฑ์ที่อ่านแล้วเข้าใจตรงกัน และจะต้องหลีกเลี่ยงคำที่ก่อให้เกิดความเข้าใจได้หลายความหมาย
3. การประมวลผลต้องเป็นลำดับขั้นตอน
คำสั่งต่างๆ ในอัลกอริทึม จะต้องประมวลผลเป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน
4. กระบวนการต้องให้ได้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดในปัญหา
กลุ่มขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกระบวนการ เมื่อถูกดำเนินการแล้ว จะต้องได้ผลลัพธ์ตรงตามที่กำหนดในปัญหานั้นๆ
5. อัลกอริทึมต้องมีจุดสิ้นสุด
คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่สำคัญก็คืออัลกอริทึมต้องมีจุดสิ้นสุด เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถประมวลผลแบบไม่สิ้นสุดได้ เช่น การบวกเลขจำนวนเต็มบวก ไม่ถือว่าเป็นอัลกอริทึม เนื่องจากไม่ทราบถึงขอบเขตสิ้นสุดของตัวเลขจำนวนเต็ม ดังนั้น คำว่า “การบวกเลขจำนวนเต็มบวก” จึงเป็นขั้นตอนการทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด จึงสมควรกำหนดใหม่ เช่น “การบวกเลขจำนวนเต็มบวกตั้งแต่ 1-100” เป็นต้น
ประสิทธิภาพของอัลกอริทึม
เป็นที่ทราบกันดีว่า การออกแบบอัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหาของแต่ละคน อาจออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาให้มีความแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับหลักการคิด เงื่อนไข และข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอัลกอมิทึมที่เหมาะสมที่สุดตามแต่ละสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาถึงประสิทธิภาพของอัลกอริทึม จะพิจารณาถึงเกณฑ์พื้นฐานดังต่อไปนี้
1. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้เวลาในการดำเนินการน้อยที่สุด
อัลกอริทึมที่ดีควรมีขั้นตอนต่างๆ เท่าที่จำเป็น และหากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ซึ่งมักใช้เวลาในการดำเนินงาน
2. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด
ภายในหน่วยความจำควรบรรจุข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานเท่านั้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงตัวแปรหรือข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อประหยัดเนื้อที่ในหน่วยความจำ
3. อัลกอริทึมที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น
อัลกอริทึมควรได้รับการออกแบบให้สามารถปรับปรุงได้ง่าย
4. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุด
ควรใช้เวลาในการพัฒนาอัลกอริทึมให้เหมาะสมกับเวลา เช่น กรณีที่อัลกอริทึมนั้นไม่มีความซับซ้อนมากมาย แต่กลับใช้เวลาในการพัฒนามากเกินความจำเป็น ก็แลดูไม่เหมาะสม
5. อัลกอริทึมที่ดีต้องง่ายต่อการทำความเข้าใจ
อัลกอริทึมจะต้องออกแบบด้วยการใช้ประโยคคำสั่งที่เป็นมาตรฐาน โดยเมื่ออ่านแล้วต้องตีความหมายที่เข้าใจตรงกัน ไม่สับสน

สรุปท้ายบทที่ 1
ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ประกอบด้วย
1. ทำความเข้าใจกับปัญหา
2. พัฒนาวิธีแก้ไขปัญหา
3. เขียนโปรแกรม
4. ทดสอบโปรแกรม
5. จัดทำเอกสารและบำรุงรักษาโปรแกรม
การทดสอบแบบกล่องดำ เป็นการทดสอบโปรแกรมที่มุ่งเน้นทดสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล
การทดสอบแบบกล่องขาว เป็นการทดสอบโปรแกรมที่ตรวจสอบลึกลงในรายละเอียดถึงชุดคำสั่งภายในโปรแกรม และขั้นตอนต่างๆ ในการเขียนโปรแกรม
คู่มือปฏิบัติงานสำหรับผู้ใช้ เป็นคู่มือปฏิบัติงานที่ผู้ใช้นำมาสื่อสารกับโปรแกรม เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการโต้ตอบกับโปรแกรม
อัลกอริทึม คือขั้นตอนวิธีที่นำมาใช้อธิบายว่างานนั้นๆ ทำอย่างไร โดยจะมีกระบวนการลำดับขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน และรับประกันว่า หากใครก็ตาม ได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องจนครบขั้นตอนแล้ว จะต้องได้ผลลัพธ์ตรงตามต้องการ
รหัสเทียมและผังงาน จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของอัลกอริทึม ที่นำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
คุณสมบัติของอัลกอริทึม ประกอบด้วย
1. อัลกอริทึมเป็นกระบวนการที่สร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์
2. กฎเกณฑ์ที่นำมาสร้างเป็นอัลกอริทึม ต้องไม่คลุมเครือ
3. การประมวลผลต้องเป็นลำดับขั้นตอน
4. กระบวนการต้องให้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดในปัญหา
5. อัลกอริทึมต้องมีจุดสิ้นสุด
ประสิทธิภาพของอัลกอริทึม ประกอบด้วย
1. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้เวลาในการดำเนินการน้อยที่สุด
2. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด
3. อัลกอริทึมที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น
4. อัลกอริทึมที่ดีต้องใช้เวลาในการพัฒนาน้อยที่สุด
5. อัลกอริทึมที่ดีต้องง่ายต่อการทำความเข้าใจ

แบบทดสอบประเมินผลการเรียนรู้
ตอนที่ 1 จงทำเครื่องหมาย O บนตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ครูอัตพล ได้สั่งงานโปรแกรมชิ้นหนึ่งให้กับนักเรียนในห้อง อยากทราบว่า นักเรียนคนใดปฎิบัติได้อย่างถูกต้องที่สุด
ก. สายนทีรีบเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเขียนโปรแกรมทันที ด้วยการลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ
ข. สายชลพูดไป บ่นไปเพียงคนเดียวต่อหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เขียนโปรแกรม
ค. วาสนาได้ตั้งสติ แล้วนำโจทย์ที่ครูให้มาค่อยๆ อ่านและวิเคราะห์ จากนั้นก็ร่างขั้นตอนวิธีอย่างคร่าวๆ ก่อนที่จะนำไปเขียนโปรแกรมจริง
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
2. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเขียนโปรแกรม
ก. การสร้างปัญหา
ข. การพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหา
ค. การเขียนโปรแกรม
ง. การทดสอบโปรแกรม
3. การเขียนรหัสเทียมและผังงาน จัดอยู่ในขั้นตอนการเขียนโปรแกรมตามข้อใด
ก. การเขียนโปรแกรม
ข. การพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหา
ค. การทำความเข้าใจปัญหา
ง. การทดสอบโปรแกรม
4. วิภาวีกำลังป้อนข้อมูลจำนวนหนึ่งเข้าสู่โปรแกรม เพื่อทดสอบว่าผลลัพธ์ที่ได้มีความถูกต้องหรือไม่ อยากทราบว่า การทดสอบดังกล่าว เป็นการทดสอบแบบใด
ก. Whitebox Testing
ข. ทดสอบ Logic
ค. ทดสอบ Syntex
ง. Blackbox Testing
5. ธีรพล กำลังตรวจสอบโปรแกรม ด้วยการไล่ดูความถูกต้องของโปรแกรม อยากทราบว่า เป็นการทดสอบในรูปแบบใด
ก. Whitebox Testing
ข. ทดสอบ Logic
ค. Blackbox Testing
ง. เป็นไปได้ทั้งข้อ ก. และ ข.
6. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด
ก. คู่มือระบบเป็นคู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ต้องโต้ตอบกับโปรแกรมเป็นประจำ
ข. เมื่อต้องการติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ควรศึกษาดูในคู่มือระบบก่อน เพื่อทราบถึงว่า ระบบสนับสนุนอุปกรณ์ดังกล่าวหรือไม่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร
ค. หากไฟฟ้าดับ ถัดมาระบบเกิดขัดข้อง ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ต้องเปิดดูคู่มือระบบดูวิธีแก้ไข
ง. รายละเอียดในคู่มือระบบ มักเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นสามารถรับรู้และเข้าใจ
7. ข้อใดต่อไปนี้ มิใช่คุณสมบัติของอัลกอริทึม
ก. เป็นกระบวนการที่สร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้น
ข. การประมวลผลเป็นลำดับขั้นตอน ชัดเจน
ค. หากใครปฏิบัติตามขั้นตอน จะได้ผลลัพธ์ตรงกัน
ง. อัลกอริทึมจะไม่มีที่สิ้นสุด
8. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของอัลกอริทึม
ก. อัลกอริทึมที่มีความยาก แสดงถึงความมีประสิทธิภาพของอัลกอริทึมสูง
ข. อัลกอริทึมที่ดี ควรใช้หน่วยความจำเท่าที่จำเป็น
ค. อัลกอริทึมที่ดี ควรใช้เวลาในการพัฒนาน้อย
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.
9. การเขียนโปรแกรมที่แตกเป็นโมดูลย่อยๆ จัดเป็นรูปแบบการเขียนโปรแกรมแบบใด
ก. การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง
ข. การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ
ค. การเขียนโปรแกรมแบบลูปวนซ้ำ
ง. ไม่มีข้อถูก
10. การสร้างคลาสเพื่อกำหนดคุณสมบัติให้กับวัตถุหนึ่ง อีกทั้งวัตถุหนึ่งๆ ยังเป็นแหล่งรวบของข้อมูลและกระบวนการ จัดเป็นการเขียนโปรแกรมแบบใด
ก. การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง
ข. การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ
ค. การเขียนโปรแกรมแบบลูปวนซ้ำ
ง. การเขียนโปรแกรมสร้างวัสดุ

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. เพราะอะไร การเขียนโปรแกรมไป แล้วก็แก้ไขไปเรื่อยๆ จึงเป็นการเขียนโปรแกรมที่ไม่ถูกต้อง………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ประกอบด้วยขั้นตอนใดบ้าง จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ทำไมการเขียนโปรแกรม จึงมิได้ถูกกำหนดไว้ในขั้นตอนแรกๆ ตามขั้นตอนการเขียนโปรแกรม เพราะอะไร จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. การทดสอบโปรแกรม ทำไมจึงเป็นสิ่งจำเป็น แล้วการทดสอบโปรแกรมแบบกล่องดำและกล่องขาวมีความแตกต่างกันอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. เอกสารประกอบโปรแกรม ประกอบด้วยคู่มืออะไรบ้าง จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. อยากทราบว่า นักเรียนมีหลักในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอย่างไร เพื่อให้ผลการสอบดีเป็นไปตามคาดหวัง จงเขียนเป็นขั้นตอนวิธีด้วยการลำดับกระบวนการเป็นข้อๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. คุณสมบัติของอัลกอริทึม ประกอบด้วยอะไรบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. ประสิทธิภาพของอัลกอริทึม พิจารณาจากเกณฑ์ใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 รูปแบบด้วยกัน อยากทราบว่ามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. การแตกโปรแกรมออกเป็นโมดูลย่อยๆ มีข้อดีอย่าไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: